17 February 2011เขาสก…กุ้ยหลินเมืองไทย..ดีใจที่ครั้งหนึ่งได้ไปเยือน
ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าของภาคใต้ที่ปกคลุมทั่วบริเวณ เลยพาลทำให้คิดว่านี่คือฤดูอะไรกันแน่ หรืออาจจะเป็นเพราะเรามาเยือนแดนดินถิ่นใต้ที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงใหญ่และโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ
เดินเพลินๆไปพร้อมกับแสงแดดอันอบอุ่น เพื่อรอเวลาที่จะไปลงเรือกัน
เมื่อพวกเราได้เก็บภาพอันประทบใจเป็นที่หอมปากหอมคอแล้ว
ก็ถึงเวลาไปลงเรือล่องเขื่อนเชี่ยวหลานกัน
หลังจากที่เราลงเรือกันแล้ว เรือลำขนาดกลางก็พาพวกเราล่องไปกับสายน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาล มีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่บนทะเล แต่ความจริงแล้ว ที่นี่คือน้ำจืดที่ยิ่งใหญ่มากๆแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
สายตาเพลิดเพลินกับการชมทัศนียภาพของเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่เขาว่ากันว่ามันคือ “กุ้ยหลินเมืองไทย” ด้วยตัวผมเองก็ไม่เคยไป เคยแต่สัมผัสด้วยสายตาจากภาพในหนังสือ มันช่างคล้ายกันจริงๆด้วย ดูอะไรไปก็ยิ่งใหญ่อลังการไปหมด
เพื่อนร่วมทริปบางคนถึงกับพูดออกมาว่า สวยกว่า “ฮาลองเบย์” ที่เวียดนามเสียอีก ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย ได้เที่ยวเมืองไทยเหมือนได้ไปหลายๆประเทศ
เราเข้าใกล้ เขาสามเกลอ แล้วครับ
เรือพาพวกเราไปยังจุดที่เรียกกันว่า “เขาสามเกลอ” ลักษณะจะเป็น ภูเขาทรงแหลม 3 ลูกตั้งตระหง่านเรียงกัน ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยทีเดียว ถ้ามาแล้วห้ามพลาดเด็ดขาด
จากนั้นก็ไปที่ “ถ้ำประกายเพชร” มองเผินๆจากด้านนอก แลคล้ายทางเข้า “ถ้ำติ่ง” ที่เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว
หากใครไปที่นี่ ต้องทำใจนิดนึงเพราะหากเดินเข้าไปลึกๆแล้ว พื้นดินที่ย่ำอยู่จะเป็นโคลนพอทำให้ร่างกายเลอะนิดหน่อย
หากแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาในการท่องเที่ยว เพราะคุณสามารถออกมาเอาเท้าแกว่งน้ำล้างออกได้ อย่าได้แคร์กับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ คุณว่าจริงไหม
มุมมองจากด้านในออกมานอกถ้ำ
จากนั้นสักช่วงบ่าย พวกเราก็มุ่งหน้าไปที่พักในคืนนี้
ปลาเยอะมาก ( ระหว่างทาง )
คณะเราได้พักที่ “แพสายชล” ลักษณะที่พักก็เป็นแบบกระท่อมบนน้ำ ไฟฟ้าจะปั่นให้ตอนประมาณ 6 โมงเย็น พัดลมมีแต่เครื่องเล็กๆเท่านั้น หากใครที่ชอบความสบายหรูหราแบบวิลล่า ไม่แนะนำ เพราะที่นี่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ลุยๆและเข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริง
ตามไปชมแพที่ผมพักกันครับ
สมาชิกในห้องบลูใหญ่ หน้าตาคุ้นไป เขาไปพายเรือกับใครนะ อิอิ
โอบล้อมไปด้วยภูเขาที่อยู่ในน้ำ
ส่วนกิจกรรมก็คือพายเรือคายัค ที่แทบทุกแพจะมีไว้ให้เล่น(ฟรี) กระโดดน้ำอันนี้ สนุกมากถึงมากที่สุด เดินเล่นถ่ายภาพเก็บความประทับ เท่านี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว
หลังจากตกดึกเราปล่อยให้ทิวาผ่านไปตามจังหวะและเวลาของมัน ตื่นเช้ามาเราก็ได้พบกับสายหมอกและแสงแดดยามเช้าอันอบอวลไปด้วยความอบอุ่น
ช่วงเช้านี้อากาศจะเย็นหน่อย ถ้าหน้าหนาวนะ คงเย็นสบายแน่ๆ
เพื่อนๆบางส่วนก็ออกแรงกระโดดน้ำเก็บความสุขกันอีกรอบ
ก่อนที่จะเดินทางกลับขึ้นฝั่ง และไฮไลท์สำคัญระหว่างล่องเรือกลับฝั่ง ธรรมชาติที่รายล้อมรอบตัวเราสุดยอดมากๆ ห้ามพลาดกันทีเดียว อาจจะแดดร้อนไปบ้างแต่ความงามของสิ่งที่เรามองเห็นมันก็กลบได้มิดทีเดียว
































